Job Coach

การขับเคลื่อน Job Coach

      ระบบแนะแนวและพัฒนาศักยภาพการทำงาน (Job Coach System) เกิดขึ้นครั้งแรกในปี 1986 ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา และมีการแผ่ขยายไปทวีปอื่นๆ เช่น สหราชอาณาจักร และเอเชีย ในปี 1998 มีการนำมาแนวคิดระบบแนะแนวและพัฒนาศักยภาพการทำงาน (Job Coach System) เข้ามาสู่ประเทศญี่ปุ่นเป็นประเทศแรกในภูมิภาคเอเชียโดยกระทรวงสาธารณสุข แรงงานและสวัสดิการสังคมร่วมขับเคลื่อนสู่การจัดตั้ง Job Coach Network Japan โดยมี  Prof. Hiroshi Ogawa เป็นผู้บุกเบิกและเป็นประธาน Job Coach Network Japan มาจนถึงปัจจุบัน

ในประเทศญี่ปุ่น Job Coach นับเป็นวิชาชีพที่ต้องได้รับการรับรองและมีความต้องการแรงงานจากทั้งภาครัฐและเอกชนเพื่อสนับสนุนการสร้างอาชีพคนพิการตามกฎหมาย โดยในปี 2007 ประเทศมาเลเซียได้เริ่มต้นมีการประชุม Job Coach ที่เมืองกัวลาลัมเปอร์เพื่อเผยแพร่องค์ความรู้และแนวทางการปฏิบัติขั้นพื้นฐานในการสนับสนุนระบบการจ้างานคนพิการทั้งในภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคสังคม ต่อมาในปี 2009 มีงานสัมมนา Job Coach ในเมืองซาวาและเมืองกัวลาลัมเปอร์เพื่อขยายผลการปฏิบัติงานและฝึกฝนบุคลากรให้มีความรู้ความเชี่ยวชาญในระบบแนะแนวและพัฒนาศักยภาพการทำงาน (Job Coach System) เพื่อต่อยอดองค์ความรู้แก่ผู้ที่เกี่ยวข้องในวงกว้าง จนกระทั่งในปี 2010 – 2013 ก่อให้เกิดบุคลากรที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญในระบบแนะแนวและพัฒนาศักยภาพการทำงาน (Job Coach System) เป็นอย่างดีและสามารถขยายผลสัมฤทธิ์โดยการเป็นวิทยากรแก่ผู้ที่สนใจเป็นจำนวนมาก จนเกิดการก่อตั้งเป็นเครือข่าย Job Coach Network Malaysia  และในปี 2016 ได้เชื่อมโยงความร่วมมือนำโดยกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ (พก.) Workability Thailand (สมาคมการค้าผู้ประกอบกิจการเพื่อสังคมและผู้ด้อยโอกาสไทย) วิทยาลัยราชสุดา มหาวิทยาลัยมหิดล และเครือข่าย Job Coach Network Japan สู่การจัดตั้งเครือข่ายนักแนะแนวและสอนงานคนพิการไทย (Job Coach Thailand) ขึ้น เพื่อเป็นกลไกบูรณาการความร่วมมือของภาครัฐ ภาคเอกชน และคนพิการในการพัฒนาระบบนิเวศในการสร้างยกระดับงานที่มีคุณค่าแก่ (Decent Work) และยกระดับคุณภาพชีวิตในการทำงานของคนพิการให้ดีขึ้น

เครือข่ายนักแนะแนวและสอนงานคนพิการไทย

Job Coach Thailand

เครือข่ายนักแนะแนวและสอนงานคนพิการไทย (Job Coach Thailand) เกิดจากความร่วมมือของ WORKABILITY THAILAND (สมาคมการค้าผู้ประกอบกิจการเพื่อสังคมเพื่อคนพิการและผู้ด้อยโอกาสไทย) และวิทยาลัยราชสุดา มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมกับกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และ Job Coach Network Japan มุ่งส่งเสริมและพัฒนาระบบและเครือข่ายนักแนะแนวและสอนงานคนพิการในประเทศไทยในการสร้างความตระหนัก ความรู้ความเข้าใจความสำคัญของระบบ Job Coach System ให้แก่ภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อส่งเสริมแนวทางการจ้างงานที่จัดปรับตามความพิการ (Supported Employment) ตั้งแต่กระบวนการ ก่อนจ้างงาน ระหว่างจ้างงาน และหลังการจ้างงานในองค์กรอย่างมีมาตรฐานและมีประสิทธิภาพ โดยการพัฒนาองค์ความรู้ร่วมกับประเทศญี่ปุ่น โดยองค์กร Job Coach Network Japan เพื่อเป็นการส่งเสริมแนวทางการปฏิบัติและบุคคลากรที่มีความรู้ความชำนาญในการสนับสนุนระบบการจ้างานคนพิการในภาครัฐ สถานประกอบการ และองค์กรคนพิการใน 3 ประการ

  • เพิ่มอัตราการจ้างงานคนพิการ การรักษาคนพิการในองค์กร
  • เพิ่มประสิทธิภาพ/ประสิทธิผลในการดำเนินงานของคนพิการในองค์กร
  • สร้างวัฒนธรรมการปรับตัวของบุคลากรและระบบงานภายในองค์กร

กระบวนการดังกล่าวจะเชื่อมโยงความต้องการของตลาดสู่การจัดปรับและพัฒนาศักยภาพคนพิการ ตลอดจนเพื่อเป็นศูนย์กลางการเชื่อมโยงความร่วมมือจากภาคีพันธมิตรทั้งในและต่างประเทศ ในการขับเคลื่อนให้คนพิการเข้า  สู่ระบบแรงงาน มีคุณภาพชีวิติที่ดีและร่วมเป็นกลไกขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจของไทยอย่างยั่งยืน

What’s Job Coach?

“Supported Employment: Interdisciplinary Approach to Promote Sustainable Employment for Persons with Disabilities”

 

 

 

Prof.Hiroshi Ogawa

Otsuma Women’s University

and Job Coach Network Japan

 

Job Coach System เกิดขึ้นครั้งแรกในปี 1986 ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา และนำเข้ามาสู่ประเทศญี่ปุ่นในปี 1998 ด้วยกระทรวงสาธารณสุข แรงงานและสวัสดิการสังคม ร่วมขับเคลื่อนจัดตั้ง Job Coach Network Japan โดยมี Hiroshi Ogawa, Prof. Ph.D., เป็นผู้บุกเบิกและเป็นประธาน

Job Coach เป็นระบบแนะแนวและพัฒนาศักยภาพการทำงานสู่การพัฒนากระบวนการสนับสนุนการจ้างงานที่คำนึงถึงความแตกต่างและมุ่งเน้นการจัดปรับที่เหมาะสม (Supported Employment) ตามศักยภาพและประเภทความพิการ ตั้งแต่ก่อนการจ้างถึงภายหลังการจ้างงาน เพื่อส่งเสริมการบูรณาการความร่วมมือภาคเอกชนสู่การส่งเสริมการสร้างคนพิการในประเทศไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน โดยเริ่มตั้งแต่กระบวนการเตรียมความพร้อมคนพิการเข้าสู่การจ้างงาน การเตรียมความพร้อมของสถานที่ทำงาน  การจัดปรับงานที่เหมาะสมและมีประสิทธิภาพ (Customize Employment) โดยการบริหารจัดการศักยภาพ ความถนัดความแตกต่างของคนพิการให้เหมาะสมกับงาน  การสนับสนุนและพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับคนพิการในที่ทำงาน และการประเมินและติดตามผลการทำงานของคนพิการ

นอกจากนี้การเสริมสร้างวัฒนธรรมขององค์กรก็ถือเป็นปัจจัยที่สำคัญยิ่งที่จะส่งผลต่อการทำงานของคนพิการในองค์กร โดยการเสริมสร้างเจตคติและความตระหนักรู้เชิงสร้างสรรค์ต่อคนพิการในฐานะพลเมืองของสังคมที่มีความสามารถสร้างสรรค์คุณค่าและเป็นประโยชน์ต่อสังคม ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นและเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการด้วยการสร้างการเข้าถึงโอกาสทางสังคมในมิติต่างๆ อย่างทั่วถึงและเท่าเทียม ตลอดจนการเสริมสร้างศักยภาพและความสามารถในการมีงานทำของคนพิการอีกด้วย

 

กระบวนการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพแรงงงานผู้พิการในสถานประกอบการ

The Process of Job Coach

ภาพที่ 1 กระบวนการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพแรงงงานผู้พิการในสถานประกอบการ

 

การส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพแรงงงานผู้พิการในสถานประกอบการ จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องดำเนินการตามขั้นตอน เพื่อให้ได้ผลลัพท์ที่มีศักยภาพสูงสุด แบ่งเป็น 2 ช่วง ดังนี้

กระบวนการสนับสนุนก่อนการจ้างงาน (Support before employment)

1.การประเมินทักษะและความสามารถของคนพิการ (Assessment of disabled persons)

การประเมินสมรรถภาพทางกายภาพ ทักษะทางสังคม ทักษะความสามารถในการทำงานของคนพิการในด้านต่างๆ เช่น ลักษณะความพิการ กิจนิสัยในการปฏิบัติงาน ประสบการณ์ในการทำงาน ทักษะความสามารการติดต่อสื่อสาร ทักษะด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ทักษะภาษาต่างประเทศ ลักษณะงานที่เหมาะสมต่อตนเอ\ง เป็นต้น

 

2.การค้นหาตำแหน่งงานว่างและสถานที่ทำงานสำหรับคนพิการ(Finding of workplaces)

เพื่อสืบค้นและค้นหาลักษณะงานและองค์กรที่มีความประสงค์ในการรับคนพิการเข้าทำงาน หรือมีนโยบานในการส่งเสริมการสร้างงานคนพิการอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน เช่น ระยะเวลาทำงาน สถานที่ทำงานกับภูมิลำเนาของคนพิการ ลักษณะงาน ที่พักและการการเดินทาง เป็นต้น

 

 

3.การประเมินสภาพแวดล้อมสถานที่ทำงานและวัฒนธรรมขององค์กร(Assessment of workplace environment)

เป็นการประเมินสิ่งอำนวยความสะดวก วัสดุอุปกรณ์เครื่องใช้สำนักงาน บรรยากาศในที่ทำงาน นอกจากนี้สิ่งสำคัญที่เป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้คนพิการสามารถทำงานในองค์กรได้อย่างภาคภูมิใจและไม่รู้สึกแปลกแยกก็คือ ทัศนคติและวัฒนธรรมองค์กรที่ยอมรับความแตกต่าง ความเสมอภาค และความเท่าเทียมกันในสังคม

4.กระบวนการจัดปรับและประเมินความถนัดที่เหมาะสมกับงาน (Job matching)

เป็นการเชื่อมโยงและเติมเต็มช่องว่างระหว่างความต้องการของนายจ้างที่ต้องการจ้างงานคนพิการและความต้องการของคนพิการในการมีงานทำ

 

 

 

 

กระบวนการสนับสนุนหลังการจ้างงาน (Support after employment)

5.กระบวนการเตรียมความพร้อมของบุคลากรและสถานที่ทำงาน(Intensive support at the workplaces)

กระบวนการฟื้นฟูสมรรถภาพของคนพิการให้มีความพร้อมเข้าสู่การมีงานทำ เช่น การฝึกอบรมทักษะวิชาชีพ การพัฒนาทักษะการปรับตัวและการทำงานภายใต้ความกดดัน การวางเป้าหมายในชีวิตการทำงาน เป็นต้น นอกจากนี้ยังต้องมีกรเตรียมความพร้อมของสถานที่ทำงานไปในเวลาเดียวกันเพื่อให้องค์กรเข้าใจและสามารถสนับสนุนการทำงานของคนพิการให้เกิดประโยชน์สูงสุด เช่น สวัสดิการ    การอำนวยความสะดวกเรื่องการเดินทาง การชี้แจงพนักงานไม่พิการ การจัดเตรียมอุปกรณ์สำหรับคนพิการ เป็นต้น

6.กระบวนการประสานงานการจัดทำสัญญาจ้างระหว่างสถานประกอบการและคนพิการ (Coordination on employment agreement)

การทำสัญญาจ้างระหว่างคนพิการและองค์กรนั้นเป็นการตกลงตามระเบียบการจ้างงานตามกฎหมายแรงงาน โดยจะต้องไม่เลือกการปฏิบัติต่อการจ้างงานกลุ่มแรงงานคนพิการ การจ้างงานคนพิการในองค์กรจะช่วยกระตุ้นการกระตุ้นอัตราการจ้างงานคนพิการเข้าสู่สถานประกอบการและตลาดแรงงาน ยกระดับมาตรฐานคุณภาพชีวิตคนพิการ ศักยภาพและความสามารถในการดำเนินชีวิตในสังคม

7.กระบวนการเว้นระยะห่างและการถอนตัวของJob Coach (Support fading)

การที่ Job Coach ค่อยๆลดการช่วยเหลือลง เพื่อให้คนพิการสามารถทำงานในองค์กรได้ จนกระทั่งไม่ต้องได้รับความช่วยเหลือจาก Job Coach เพื่อให้คนพิการสามารถทำงานและปรับตัวอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมได้อย่างปกติสุข

 

 

8.กระบวนการติดตามและประเมินผลการทำงาน (Follow-up)

การติดตามและการประเมินผลการทำงานเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งในการควบคุมผลงาน (Controlling) โดยหัวหน้างานจะต้องวางแผนการติดตามความคืบหน้าให้มีการดำเนินงานตามแผนหรือแนวปฏิบัติที่กำหนดไว้ในแต่ละช่วงเวลา รวมทั้งการรายงานปัญหาอุปสรรคในเวลาที่เหมาะสม เพื่อให้สามารถปรับปรุงพัฒนาหรือขจัดอุปสรรคในการดำเนินงานตามแผนได้ทันท่วงที

 

 

อ่านต่อฉบับเต็ม & Guide Book แนวทางการพัฒนาระบบแนะแนวอาชีพคนพิการ

ติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวในการพัฒนา ศูนย์พัฒนาส่งต่อคนพิการสู่การมีงานทำในท้องถิ่น (Local Job coach Center) ได้ที่นี่